In praise of design education

Essays / Writing

ตั้งแต่จำความได้คืออยากไปโรงเรียน แต่พอไปโรงเรียนแล้วก็ไม่เห็นสนุกเลย ขี้เกียจออกจากบ้านไปเจอโลกภายนอก ครูมักจะมีชุดข้อมูลที่ไม่อัพเดต ห้องเรียนที่เงียบกริบ หลบตาอาจารย์ และข้อสอบที่คำตอบเหมือนๆกันเพื่อจะได้ตรวจให้คะแนนง่ายๆ วัดผลง่ายๆ อ่านหนังสืออยู่บ้านเองสนุกกว่าตั้งเยอะ เราแค่เข้าใจระบบประเมินนี้ ทำตามๆไป ก็จะได้เกรดดีๆ แบบไม่ลำบาก

แต่การเรียนออกแบบนี่แหละที่รู้สึกว่าโรงเรียนมีฟังก์ชั่นที่บ้านทำไม่ได้ ได้เกิดบทสนทนากับอาจารย์และเพื่อน ได้ซึมซับสิ่งที่น่าสนใจ คนที่พลังงาน creative ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวาไปด้วย มี topic ที่น่าสนใจเสมอ

ในโรงเรียนออกแบบ หนึ่งโจทย์สามารถเกิดได้หลายคำตอบที่หลากหลายไม่ซํ้ากัน และมันไม่มีผิด ไม่มีถูก แล้วเราจะประเมินได้ยังไงว่าดีพอแล้ว ทำให้เราอยู่คนเดียวไม่ได้อีกต่อไป ของดีๆ นั้นเกิดจากการประกอบจากหลายส่วนทั้งกระบวนการทางจิตใจ ความเป็นคน และทางเทคนิคัล

Read More

Krebs Cycle of Creativity / Neri Oxman

Others

เราอยู่ในยุคแห่ง Entanglement คือการพัวพันระหว่างสาขาต่างๆอันแยกกันได้ยาก ความจริงนั้นเป็นดั่งซุปมากกว่าสลัด21508273931506.png

เกิดผังวัฏจักร Krebs Cycle of Creativity โดย จาก MIT Media Lab เพื่ออธิบายความพัวพันระหว่างศาสตร์ต่างๆ

วิทยาศาสตร์: แปลงข้อมูลให้เป็นความรู้
วิศวกรรม: แปลงความรู้ให้กลายเป็นการใช้สอย
การออกแบบ: แปลงการใช้สอยให้กลายเป็นพฤติกรรม
ศิลปะ: ตั้งคำถามต่อพฤติกรรมและการรับรู้ต่อโลกรอบตัวเรา เปลี่ยนพฤติกรรมให้กลายเป็นข้อมูล

การรับรู้ใหม่ๆ ก่อให้เกิดความสงสัยและการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ วนไปโยงใยในมิติของเพื่อรับรู้หรือผลิต / วัฒนธรรมหรือธรรมชาติ

เขาเปรียบเทียบพลังงานแห่งการสร้างสรรค์กับ Krebs Cycle วัฏจักรสร้างพลังงานให้กับเซลล์ ซึ่งพลังงานแห่งความสร้างสรรค์ก็พัวพันเกี่ยวเนื่องเช่นกัน

ประทับใจ ❤️

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://jods.mitpress.mit.edu/pub/AgeOfEntanglement

It doesn’t have to be crazy at work 🔥

Review / Writing

“อย่าทำงานจนเป็นบ้า รักษาชีวิตไว้ในระยะยาว”

It Doesn’t Have to Be Crazy at Work 

เขียนโดย Jason Fried ผู้ก่อตั้งบริษัท Basecamp เราเคยฟังสัมภาษณ์เขาพูดไว้ว่า

“No is a liberating word.  Whenever you say no to something. You gain time.” – Jason Fried 🍉

Jason Fried เป็น advocate ในเรื่อง remote working และสภาพแวดล้อมและสภาวะการทำงานพอดีจนไม่เป็นบ้า ไม่มีการนอนดึกหรือสิงสถิตอยู่ที่ทำงานยาวนานนานเกินไป ไม่มีใครทำงานล่วงเวลา สนับสนุนให้ทุกคนไปเที่ยว เรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับงานก็ได้ รักษาสุขภาพไว้เพื่อจะได้ทำงานกันนานๆ (แน่นอนไม่ได้ใช้ได้กับทุกบริษัท ทุกอุตสาหกรรม)
  • อย่าทำงานจนเป็นบ้า การนอนไม่พอแม้คุณไม่รู้ตัว แต่คนอื่นรอบตัวสังเกตได้ ควรพักผ่อนและนอนให้พอดี รักษาคุณภาพของงานไว้ให้ได้ รักษาชีวิตของตัวเองไว้ ความยุ่งเกินเหตุ การไม่ได้นอน ความเหนื่อยล้ายาวนาน ไม่ควรเป็น badge of honor แต่เป็น mark of stupidity มากกว่า
  • หากบริษัทคือผลิตภัณฑ์หนึ่ง เราต้องถามตัวเองว่า มันใช้งานได้ง่ายรึเปล่ากับคนที่ทำงานที่นี่ อะไรเป็น bug อะไรทำให้มันช้าและไม่ได้ผลเท่าที่ควร อะไรที่เราซ่อมได้เลย อะไรที่ต้องรอ
  • วัฒนธรรมของคนบ้างาน Workaholic ติดต่อกันได้ง่ายมาก เมื่อเราเห็นคนอื่นทำงานหนักจนชีวิตจะหาไม่ คนรอบตัวก็จะรู้สึกเครียดไปด้วยว่าที่เราทำไปไม่พอเหรอ ซึ่งนั่นไม่ใช่ calm environment
  • นอกจาก to do list เราต้องสร้าง to don’t list หรือ “สิ่งที่เราจะไม่ทำ” ก็สำคัญพอกัน
  • คำว่า “ได้”  พูดง่าย แต่ทำให้ชีวิตยาก คำว่า “ไม่” พูดยาก แต่ทำให้ชีวิตง่าย การบอกว่า “yes later” เราแค่สัญญาไปก่อนแต่ทำไม่ได้ก็นำมาซึ่งความเครียด เราต้องตัดใจให้ได้ว่าเออไม่ทำ ของที่คิดว่ารอไม่ได้ อาจจะรอได้ก็ได้ ไม่มีการทำงานในเสาร์อาทิตย์
  • หากไอเดียดีแต่มาที่หลังก็ต้องรอไปก่อน และการเพิ่มงานนั้นหมายถึง deadline ต้องขยับปรับตามด้วย
  • ผลิตผล (productive) ไม่สำคัญเท่าประสิทธิผล (effective)  เราไม่ต้องทำหลายมากๆ อย่างก็ได้ใน 1 วัน เราไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ต้องเก็บแต้ม to do list เลือกทำแต่สิ่งที่จำเป็นและสำคัญ สิ่งที่ไม่สำคัญ
  • ทำไมเราไปทำงานที่ทำงานแล้วไม่ค่อยได้งาน นั่นเพราะวันได้ถูกแบ่งเสี้ยวออกเป็นหลายส่วนๆ แต่งานที่ดีต้องใช้การโฟกัสแบบไม่มีใครรบกวน เราไม่ควรจะรบกวนเวลาทำงานโดยไม่จำเป็น
  • บางอย่างที่ทำแล้วไม่ได้ผลก็ต้องตัดใจ เลิกทำให้ได้ อย่าคิดอะไรขึ้นมาแล้วก็ต้องติดอยู่กับสิ่งนั้นตลอดไป
  • เราอาจไม่ได้เขียนประวัติศาสตร์โลกใหม่ แต่ไม่เป็นไร เราต้องเลิกคิดจะเปลี่ยนโลก มันสร้างภาระและความหนักใจให้กับเราและคนรอบตัวเรา เราแค่ยุติธรรมกับลูกค้า พนักงาน สร้างเป้าหมายบนหลักความเป็นจริง โฟกัสในสิ่งที่สำคัญ สร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี สร้างความประทับใจดีๆ ทำตรงหน้าให้ดี

Read More

60 thoughts by George Tannenbaum

Others

60 Thoughts By George Tannenbaum

นี่คือ 60 สิ่งที่ George Tannenbaum เรียนรู้จาก 60 ปีในการทำงานโฆษณา ไม่ได้เรียงตามลำดับสำคัญ 

  • เวลาเขียนอะไรต้องรีไรท์อีกครั้ง การสะกดผิด ความผิดพลั้งเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบกับคุณ เพราะคนอื่นสังเกตคุณอยู่ ความผิดง่ายๆอาจทำลายความประทับใจได้
  • เป็นคนไนซ์กับทุกคน
  • มาเข้างานเร็ว (ม่ายยยย
  • จงเป็นคนที่โตแล้ว โฆษณาคือธุรกิจของคนหนุ่มสาว คนที่มีวุฒิภาวะคือคนพารถไฟเข้าขบวนได้ตรงเวลา
  • เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของโฆษณา ไม่ใช่แค่สิ่งที่ได้รางวัลในวันนี้  เราควรเข้าใจประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมที่เราทำอยู่
  • กดปุ่ม Send ซะ อย่าคิดเยอะ!
  • อย่าเสียเงินกับของไร้สาระมันยากนะที่จะเก็บเงินเพื่อเวลาเกษียณ
  • ขอบคุณคนอื่น สำหรับเวลา สำหรับการช่วยเหลือ
  • ให้เครดิตคนอื่นด้วยเมื่องานออกมาดี

Read More

happy consequence / coincidence

Journal

I keep thinking about my bad decisions in my youth. It was not that bad after all. 

I was just an awkward adolescent: a forever dork in every life department, a social handicap who learns to fit in and go with the flow.  I went to random parties, met random strangers, had a bunch of random conversations which brought me to long-term friendships. Gladfully they last longers than one night, a couple weeks, or a year.

Read More

👀

Scrap Thoughts

Losers like to pose as the winner. Winners like to joke about being a loser. Pretty women think they are ugly. Best people have their largest pool of insecurity and so on.

Watching people play mental game is my sport.

What a fun thing to watch: human beings in action and interaction