Midnight Overthinking

Journal

What can I do to assure we will never run out of topics in our conversation? I can’t get over people you haven’t met and conversation you haven’t had.


If people mean what they say, speak their mind, it will save humanity life time for gazillion years combined. ☀️

Please let me know if you have a little bit of me in your equation of your future action.

Please let me know a glimpse of me appears in your midnight overthinking. I’d appreciate that.

Vacation and Two Months Updates ⛰

Journal

It’s been a while. I decide to deactivate my facebook account again for more focus. I just want to update what happens in past two month.

I quit Fungjai and Salmon. I just start new job for 3 days a week. This time i work more on Tech & Data Journalism. I have to learn a lot more to integrate effectively.

I was on vacation to the forest in the south and it really cleared my head space

Last month, I went trekking and visit an island in the south with a friend. This time is really nice.

The water flow was strong in this season. The trees are so green. This view is right in front of our tree house.
My friend set up the rope for wet clothe hanging. Very scout like in a peaceful way. No shouting. Calm survival skill session.
We went to swim so many times.
the bamboo was huge. the trekking was half day and easy!

I think I find my new favorite hobby. Walking in the wood clears up my mind and improve my weak spatial ability. We went to swim in fresh water and the water flow was strong. I felt so good I might come back.

Island in Low Season is Bliss

We went to the Raya Island in Phuket. It was low season. We felt like we own the island. The rocky beach is fun to practice ! My friend is a strong swimmer while I just sit under the sun, trying to read and think about life.

Our hotel private island. We are the only guests in the whole vast resort. The staffs are like 40s. and It’s just two of us
Always look out. Tsunami can happen any time.
Me in vacation manner !
Our last sunset at Patok Bay

Back to July

Now, I’m back to work and learning on new culture and new discipline. I have to be serious in working again after a year of slacking off. I have to focus and learn more and sync with faster pace. People in my team are very kind and active. I get to work with Jug, whom I really admire. She’s the best kind of people to work with, smart kind and humble with good quiet low key spirit.

I really dig the quirks of lowkey people. They lit the the corner like well designed lamp or cosy armchair. They are good listeners and they are so interesting.

I see everyone as a product or prototype of something larger than them. They belong to some systems and environment. They are the result and then become an impact.

In general, I think I got happier, more calm and learn to become more decisive. I learn that my capacity is limited. I have to choose what matters to me, what I could manage.

I get to keep in touch with many friends from the past. I am happy to be able to keep these people back in my life after so many years passed by. I am curious to learn how we all changed and shifted like plate tectonic.

Some change their mind about something. Some people have become very differen creature from me but I cherish on how we all grow and become comfortable in our own path at our own pace. I’m happy to observe the details and risk they take and life they live.

Every specie flourishes and dies in their own way. I have to observe them and take note carefully.

Running Practice

I start to run 2-3 days a week: 5-7 km. I still can’t make 10k yet but my stats get better in slow way. I never want to live too long. I just want to be healthy and have good life when I get old. I just want good life at the end and I have to invest my time and energy now for that.

Books are coming in a very slow pace

I try to write book but it’s really hard. I’m not used to work on long term personal project at all. I get used to work for somebody else or clients. This is new pain and pleasure for me. P Guy told me to relax a bit. I really hope so.

Ella suggests me 2 Japanese novels with Akutagawa Prize. Both books are really good and touch me in an intimate way. Convenience Store Woman & Lonesome Bodybuilder. She said it remind her of me. The protagonists are weird lonely woman who try to understand how society and humanity work its ways. Sounds like me.

I think I might apply for school and scholarship next year. Gotta get ready! Long way to go.


Vacation List

  • Melbourne (Circa Sep-October)
  • Fukuoka with Mom (December)
  • Chiang Mai (Circa Sep-October)
  • Uttaradit (???)
  • Bali (???)

Later

  • Paris Next Year (Visit Pearpit)
  • New York (Visit Win)

collection of dreams I want to remember ⛅️

Dreamland

วันก่อนคุยกับเพื่อนเรื่องฝันต่างๆ ซึ่งแต่ละคนมีตีมฝันเกิดบ่อยแตกต่างไป เราเลยไปค้นหาฝันที่จดบันทึกไว้ได้มาประกอบกัน 5555 พบว่าเออสมองเรานี่ก็สร้างเรื่องราวไปได้

จึงขอเล่าสรุปทั้ง 25 ฝันเท่าที่บันทึกพบไว้ดังนี้ (ยาวมากกกก)

1. ช่วงทำธีสิสสมัยเรียน ฝันว่าทำทีสิสแล้วกปสส.ไม่ให้ผ่าน ในฝันเครียดมาก ทำยังไงก็ไม่ถูก requirement สักที ท้อแท้

2. ฝันว่าเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน ไม่มีไรทำ เลยหยิบ mock up การ์ดรัฐธรรมนูญให้ดู พิมพ์หมึกสีส้มพิเศษสดใสบนกระดาษการ์ดด้าน 300 แกรม พร้อมบอกว่า ของจริงยังไม่มี นี่แค่ดราฟท์ 55

3. ฝันว่ามองไปในตาของคนๆ หนึ่ง แล้วพบ screeensaver ของ windows 98 (ตาเป็นหน้าต่างของหัวใจไง)

4. ฝันว่าเจอผีที่ท่าเรือ เป็นผีเด็ก พยายามจะถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ถ่ายยังไงก็ไม่ติด (เออ เป็นผีจะถ่ายติดได้ไง)

5. ฝันว่าไปเที่ยวภูเขาไฟ ในโรงแรมมีเขาไฟระเบิดอยู่ในห้องนอน ลาวาพุ่งออกมาจากพื้น ตื่นเต้นถ่ายรูปใหญ่

6. ฝันว่าเราค่อยๆ ย้อนกลับเป็นเด็กเพียงแค่นึก แต่ความทรงจำปัจจุบันยังอยู่ และเวลาไม่ได้ย้อน ในฝัน รอไม่ไหวที่จะเป็นกลุ่มเซลล์ อยากรู้ว่าจะรู้สึกยังไง สรุปจำฝันได้แค่ตอนเป็นทารก ไปไม่ถึงตอนที่หายวับไปเลย เราไม่มีอยู่ หรือไม่พอเป็นเซลล์ก็ไม่มี consciousness วะงง 555

7. เมื่อคืนฝันว่าแหวกว่ายอยู่ในสามเหลี่ยมสีแดง เดินทางแบบสองมิติ สนุกมาก

8. ฝันว่าไปซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เรียงสินค้าตามสี เช่นหมวดสีส้ม หมวดสีเหลือง มีความสุขมากที่ได้เดินหาของสีส้ม ตัดกับ space เป็นสีขาวทั้งหมด เพดานสูงมาก ประทับใจมาก

9. ฝันว่าไปนํ้าตกชันที่หินนํ้าตกเป็นเซรามิกสีขาวเคลือบมัน มีลายสัญลักษณ์สีนํ้าเงินเล็กๆอยู่ประปราย นอกจากนี้ นํ้าที่ควรจะตกตามแรงโน้มถ่วงแนวตั้ง ดันพุ่งในลักษณะแนวนอน ตอนท้ายแอบไปเห็นว่า นํ้าตกนี้มนุษย์สร้างเพราะมีเครื่องปั้มซ่อนอยู่ด้านหลัง

10. ฝันว่าจะสมัครไปเรียนภาษาอังกฤษบนเทือกเขาแห่งหนึ่ง ไปอยู่หมู่บ้านไกลๆ อากาศดี เสร็จแล้วเหมือนแบบ อยากไปว่ายนํ้า ทีนี้ฝันก็ถูกคั่นด้วยการรีเสิร์ชสระว่ายนํ้า ภาพในหัวก็ป๊อปเป็นสระว่ายนํ้าแบบต่างๆ

11. ฝันว่าเจอตัวเอง เวอร์ชั่นเด็กว่าปัจจุบัน 4-5 ปี คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้สึกไม่ connect เลย รู้สึกได้ถึงความเดียงสาหนูลูกจนไม่รู้จะคุยไรดี ยัยเด๋อ awkward กระทั่งกับตัวเอง แม่งพยายามอธิบายสูตรบางอย่างบนกระดาน มีตัวแปรเยอะ สุดท้ายก่อนจาก เธอให้เมลติดต่อเรามาเป็นโค้ดประหลาด อารมณ์ว่าเลขทศนิยม 3.490r849 เรากอดเธอก่อนจาก บอกว่าเราคิดถึงเธอนะ ขอให้โชคดี วอท

12. ฝันว่าเก็บเด็กได้ตัวเท่าฝ่ามือ ไม่แน่ใจว่าเป็นหุ่นหรือตุ๊กตา ร้องไห้อยู่ตรงท่อระบายนํ้า เจอน็อตอยู่ตรงก้น. เปิดข้างในมีจดหมาย

13. ฝันเป็น slack และ artboard จากนั้นเคลื่อนสู่ความฝันที่เล่นซํ้าและซูมได้เมื่องง มีพาร์ทมิวสิคัล มีพาร์ทที่ต้องเลือก และกลับไปเล่นใหม่ พร้อมมีคำอธิบายตอนจบ มีพาร์ทเบื้องหลัง และหน้า Wikipedia ที่ยังเขียนไม่เสร็จ ครบกระบวนมาก

14. ติดตามข่าว Trappist-1 บ้าง เมื่อคืนฝันว่าเจอดวงอาทิตย์ดวงใหญ่สีส้มนวล มีความสุขมากเลย อยากลองไปอยู่ดาวอื่นจะได้เห็นท้องฟ้าอีกแบบ

15. ฝันว่าจะไปสปาโคลนพิเศษ spiritual ที่ดูน่าสงสัยก่อนค้นพบว่ามันคือสี TOA และเหตุการณ์ตึกถล่มสองตึก ลิฟต์ร่วงแต่เรารอด มากมายมากมายใน 1 คืน

16. เมื่อคืนฝันว่าไปงานปาร์ตี้แล้วมีคนตายเพราะพื้นถล่ม ทุกคนหนีออกจากงาน วันรุ่งขึ้น คนเอาศพมาทำเป็นประติมากรรมเพื่อรำลึก ฮืออออ

17. ฝันว่าไปเที่ยวตะวันออกกลาง ในฝันเราพยายามปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อความปลอดภัย มีชาวอาหรับวิ่งไล่ล่าเรา เราวิ่งไปซ่อนตัวในห้องนํ้า

18. ฝันว่าเราเป็นเด็กผู้ชายโลกที่สามที่เข้ามาอยู่ใน household ฝรั่ง มีหมาที่กำลังป่วย สลับกับเรื่องวิกฤตินํ้ามันในทะเลแอตแลนติก

19. ฝันว่าดูหนัง ตัวเอกหายไปเฉย แล้วตอนจบเพลงขึ้นมาว่า Don’t worry how he died, the lightening got him. หรืออะไรเทือกๆนี้ จบแบบงงๆ

20. เมื่อคืนฝันว่าไปเยี่ยมเกาหลีเหนือ ที่ซ่อนอยู่ในเมืองอัมสเตอดัมที่เป็นเวอร์ชั่น psychedelic (แบบท้องฟ้าม่วงชมพูฟ้าจุดๆ ผ่านทุ่งลาเวนเดอร์แนวตั้งลํ้ามาก) ต้องนั่งลิฟต์ลงไปชั้นใต้ดินลึกมาก ระหว่างทางแต่ละชั้นมีซากอารยธรรมอียิปต์ และป่าดิบลุ่มนํ้าสมัยดึกดำบรรพ์ พอเข้าไปในห้องเกาหลีเหนือที่เป็นห้องเงียบๆ ไฟไม่พอ ทุกคนดูนิ่งๆ หมองๆ (สีภาพบรรยากาศแม่งประมาณ Potato Eaters ของ Van Gogh แต่ไฟเป็นนีออนแบบโรงงานๆ) รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก กลัวจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกตลอดไป กังวลว่าติดอยู่ในนี้จะไม่มีเน็ตเล่น จะไม่ได้อ่านหนังสือหรือบทความใหม่ๆ อีกเลยตลอดชีวิต กลัวมาก เลยรีบกดลิฟต์กลับขึ้นมา มีผู้หญิงตัวเล็กๆ ดูขาดสารอาหาร เราให้เขาหลบหลังเรา ระทึกมากๆ ตื่นมารีบนั่งอ่านติดตามข่าวสารบทความใหญ่เลย เราต้องใช้เสรีภาพนี้ให้คุ้มค่า 555

21. หลอนมาก ฝันว่าอยู่ในบ้านที่ทางเข้าเยอะมาก เราไล่ปิดประตูทุกบานแต่ประตูเยอะมากไม่มีวันหมด อยากอยู่ในบ้านคนเดียวอย่างสงบ ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่คนก็ไหลเข้ามาจากทุกรูไม่หยุด ราวกับมีเทศกาล งงว่าสถาปนิกออกแบบยังไงวะเนี่ย ในฝันคือเราแค่อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากถูกรุกราน ไม่ต้องยุ่งกับใคร ตื่นมาพบว่าคือเราคือสหภาพยุโรปในหนัง human flow นี่เอง…

22. ฝันว่าอยู่ๆ ก็มีลูกอายุประมาณ 10 ขวบโผล่มา out of nowhere ตกใจเซอร์ไพรส์มาก สืบความไปพบว่า ลูกเป็นหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์อันจากโปรแกรมที่เราไปสมัครไว้เมื่อสามปีก่อน ในวันนี้ได้พัฒนาเติบโตจนกลายเป็นเด็กแอนดรอยด์บอยอายุสิบขวบ (machine these days learning so fast.) หน้าตาเหมือนเด็กผู้ชายในซิมส์ วิ่งเข้ามากอดเรา คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ ในฝันคืองงแต่แฮปปี้มาก เครียดว่าจะส่งลูกไปเรียนอะไรดี เพราะระบบการศึกษาไทยอาจไม่รับหุ่นยนต์เข้าเรียน แต่ไม่ต้องห่วงมีโปรแกรมออนไลน์ MOOC มากมายสมัยนี้ที่อยากเรียนอะไรก็เรียนได้ เรา catch up ในช่วงเวลาที่ลูกไม่อยู่กับเราว่าเขาไปทำอะไรมา พบว่าลูกถูกรัฐ register เป็นหุ่นยนต์โฮมเลสไม่มีครอบครัว ถูกนำไปเข้ากลุ่มเผ่าตองก้าวองก้า มีประเพณีการเต้นแบบชนเผ่าอะบอริจินอลแปซิฟิก สิ่งที่ลูกมีติดตัวมาคือไม้ขีดไฟโบราณที่กล่องสวยมาก หัวไม้ขีดไฟเป็นแร่ผลึกเขียว ดีเทลตรงนี้ primitive มาก เกิดจากการอ่านเจอว่าบางสังคม Hunter gatherer เลี้ยงลูกแบบเด็กทุกคนคือลูกของเผ่า ไม่ได้มีครอบครัวพ่อแม่ลูก (แทรกเกร็ดทำไม) เราเผลอให้กำเนิดเขาตอนที่เราทำอาชีพเป็นนักอ่านคินเดิ้ลให้คนแก่ฟังตอนจบมาใหม่ (วอทท) ตามยุคสังคมผู้สูงอายุ แบตมือถือเราจะหมด แต่ลูกกำลังจะแบตหมด หัวกลายเป็นวงกลมใส spinning gears ต้องชาร์จลูกก่อน และต้องพาเขาไปเข้ากิจกรรมเต้น ตามหน้าที่ผู้ปกครองที่แท้ทรูรู้สึกเติมเต็มตอบโจทย์ชีวิตมาก อยากมี companion เป็นหุ่นยนต์ รำคาญก็ปิดแม่งเลย อีกนิดถ้าฝันถึง electric sheep ด้วย ชีวิตจะสมบูรณ์ไซไฟ messy machine มาก แม่จะเลี้ยงหนูเอง

23. ฝันว่าพักในห้องโรงแรม ห้องใหญ่มากแบบวิ่งเล่นได้ เพดานสูงมาก มีโรงมหรสพเล็กๆ อยู่ในห้อง แต่สิ่งที่ฉายคือภาพ footage ของสิ่งที่เคยเกิดในห้องนี้ (วอท) จอฉายภาพปาร์ตี้วัยรุ่นที่เกิดในห้องนี้ ในมุม bird eye view คนเยอะ เมามาย ขวักไขว่ วุ่นวาย ในความวุ่นวาย มีการแทงกันเกิดขึ้น แต่ไม่มีเลือด ระทึกแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นเพียงผู้ชม จากนั้นภาพตัดสลับสู่งานเทศกาลพื้นเมืองบางอย่าง ราวกับพิธีเมกกะ คนเยอะดูแน่นอึดอัดจนไม่ขยับเคลื่อนไหว สิ่งนี้เกิดขึ้นในห้องด้วยหรอ เราเบื่อมาก เลยหลับไป(ในฝัน) และตื่่นขึ้น

24. ฝันว่าเจอหมาที่หัวขาดแต่ยังมีชีวิตอยู่ ที่หัวขาดเพราะเกิดจากมีคนพยายามเอาปลอกคอมันออกแต่ทำผิดวิธี คือตัดหัวไปเลย เรายืนมองดูเครียดว่าจะจัดการยังไงกับมันดี จะทิ้ง ฝัง หรือว่าปล่อยทิ้งไว้ ภาพตัดสลับกับวีดีโอ footage เราตอนเด็กที่บิดเบี้ยวสัดส่วนหน้าตาไปเรื่อยๆ จนงงว่าเอ๊ะนี่ใช่เรารึเปล่า มีลูกหมาที่วิ่งออกมาจากข้างหลังเรื่อยๆ

25. ฝันว่าตายแล้ว พอตายไปสิ่งอยู่ในหัวทุกคนตอนก่อนตายจะถูกนำมาบรรจุเป็นจดหมายเปิดผนึกเรียงกัน เปิดอ่านได้ และบางคนสะกดผิด 555 พบว่าเมื่อตายไป เราจะคิดและรู้สึกได้ตามปรกติ แค่เอาสิ่งที่คิดออกมาไม่ได้อีกต่อไป ได้แต่คิดไปเรื่อยๆ จะจดไม่ได้ ก่อนตาย เราพยายามเขียน to do list เอาไว้ แต่จริงๆ ควรจะเขียน to think list ลิสต์ว่าจะคิดอะไรดีตอนตายไป เพราะมีเวลามากมายให้คิดอีกนาน หากตายแล้วยังคิดได้คงจะดี เรื่องที่ไม่มีประโยชน์จะได้เก็บไว้คิดตอนตายไปแล้ว 5555

.
พบว่าตัวเองมีฝันที่ความจริงของโลกเปลี่ยนไป เกี่ยวกับเวลา และเกี่ยวกับกฏทางฟิสิกส์หรือโลกที่เพี้ยนไป เช่นแรงโน้มถ่วงเปลี่ยนทิศ ค่อยๆ ย้อนเวลา รวมถึงการสับสนระหว่าง 1 2 3 4 มิติ เกิดขึ้นบ่อย อวกาศ หุ่นยนต์ เพราะเราอาจอยู่กับคอมมากจริงๆ เกี่ยวกับความตายบ้าง อยู่ๆ เราก็กลายเป็นคนอื่น แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเฮ้ยบ้าน่านี่คือฝัน
.
บางฝันคือถ้าไม่จดก็ลืมจริง บางทีก็งงว่าเราฝันไปได้ไง เมื่อก่อนฝันเหนื่อยมาก เดี๋ยวนี้ฝันละเอียด HD ลดลงแล้ว ซึ่งดีแล้ว ขอสมองพักผ่อน 5555

ขอบันทึกไว้ อะไรวะเนี่ย 555

27

Others
  • I always like today more than yesterday. Hope it is a good sign.
  • I’m fortunate enough to get to do many things I wouldn’t initiate.
  • My lifelong passion is collecting data. I’m not smart. I just like to learn something new.

Dark Lab Hedsod 4 Poster | Design Process

Work
Final Poster

แม้ฟังใจจะเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับดนตรีเป็นหลัก ทำทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เราก็ใส่ใจงานดีไซน์ เราจึงอยากจะแชร์กระบวนการทำโปสเตอร์ ’เห็ดสด’ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ให้กับทุกคนที่สนใจ และการทำงานชิ้นนี้ทำให้พวกเรารู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้ทดลองทำอะไรแปลก ๆ เพี้ยน ๆ หลังเรียนจบ

Process behind Hedsod Lab Poster

ทุกคนมักได้เห็นงานออกแบบที่สำเร็จเสร็จแล้วถูกนำเสนอสู่สายตาประชาโลกโดยที่ไม่ได้รับรู้ถึงขั้นตอนก่อนหน้าและเบื้องหลังอันเหนื่อยยาก ซึ่งผู้ชมก็ไม่ต้องรู้ก็ได้แต่อยากบันทึกเก็บไว้

กว่าจะมาเป็นเยลลี่ใสในแล็บมืดบน ‘โปสเตอร์เห็ดสด 4’

นักออกแบบไม่ใช่อาชีพพระเจ้า ที่ฝัน ๆ อยู่แล้วเนรมิตออกมาเป็นงานได้ ต้องล้มลุกคลุกคลาน มีกี่แบบที่ล้มไป มีกี่ทางที่ถอดใจ อกหักไปกี่หน จนได้มาเป็นชิ้นงานที่เห็นกัน

What is Hedsod Concert?

‘เห็ดสด’ เป็นงานคอนเสิร์ต จัดโดยฟังใจ จัดปีละ 2-3 ครั้ง มีไลน์อัพประกอบกันจากจาก ’วงใหม่ดาวรุ่ง ’+ ’วงดัง’ + ’วงเก่าหวนคืนกลับมา’ เพื่อให้ก้อนมหาประชาแฟนเพลงแต่ละภาคส่วนที่สนับสนุนเพลงไทยหลากหลายแนว มาแลกเปลี่ยน สำรวจรสนิยม และรู้จักกันและกัน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยไปงานเห็ดสดมาก่อนหรือเคยได้ยินชื่อมาบ้าง

เนื่องจาก ’ฟังใจ’ ล้อมาคำว่าจาก’fungi’ อาณาจักรของ เห็ด รา ยีสต์ (อยากรู้เพิ่มเติมให้ไปอ่านเรื่องบริษัทเราได้ ที่นี่ [linkไป https://www.fungjai.com/about-us)) พอเราจัดงานคอนเสิร์ตสด ก็เลยตั้งชื่อว่า’เห็ดสด’ ฟังดูไทย ๆ แสบ ๆ คัน ๆ บ้าน ๆ กวนตีนนิด ๆ ไม่วางมาด

ทุกครั้งที่มีเห็ดสดครั้งใหม่เกิดขึ้น ทีมออกแบบและอีเวนต์ก็ร่วมกันระดมสมองตีความคำว่า “เห็ดสด” ออกมาเป็นหลากหลายทางว่า เห็ดสด+อะไรดี ไม่ว่าจะเป็น ‘เห็ดสดในป่ารกชื้น’ ‘เห็ดสดจากฟาร์ม’ ‘เห็ดสดในซุปเปอร์มาร์เก็ต’ ‘เห็ดสดดิบ’ ฯลฯ ซึ่งคราวนี้เราเลือกธีม ‘เห็ดสดจาก Lab’ มาทำเพราะน่าจะเข้าใจง่ายและชัดเจนที่สุด (ทุกอย่างดูง่ายและเป็นไปได้ไปหมดยามมโน)

Previous Posters

Key Visual ของโปสเตอร์นี่เราวางไว้ว่าจะถ่ายรูปสด ๆ ด้วยพื้นฐานของความเป็นโปสเตอร์งานคอนเสิร์ต ฟังก์ชันสำคัญของโปสเตอร์คือต้องเน้นชื่อวงที่อ่านออกได้ง่าย Typographic จึงมีความเน้นคำมาก ๆ ความสนุกคือเราจะมีวิธีแสดงชื่อวงเหล่านี้ออกมาอย่างไร ลองมาดูโปสเตอร์เห็ดสดครั้งเก่า ๆ กันเพื่อให้เห็นภาพ

Previous Posters

เห็ดสด 4: เห็ดสดจากแล็บ

เมื่อสำรวจ Line Up เห็ดสดรอบนี้ โดยรวมแล้วมีความดาร์ก ลึกลับ เจือเศร้า เราจึงได้คุยกันว่าโปสเตอร์คราวนี้ต้องออกมามืด ๆ น่าค้นหาหน่อย หลังจากโหวตกันอย่างดุเดือด สรุปว่าจะใช้ Keyword เป็นธีม ‘ห้องทดลองวิทยาศาสตร์’ ชวนให้มาเพาะพันธุ์ดนตรีแปลกใหม่กันเถิดนักฟังชาวไทย โดยศิลปินจะเป็นสปอร์ในแผ่นแก้ว อยู่ในห้องแล็บมืด ใช้แสงน้อยแต่ดูไม่ EDM ตึ๊ด ๆ จนเกินไปเพราะจะผิดกลุ่มเป้าหมาย (ขอโทษด้วยนะตี๋ ​EDM) ความเป็น’ฟังไจ’ ของฟังใจก็เกี่ยวข้องกับบทเรียนชีวะสมัยมัธยม สอดคล้องกันดี

Key Visual | ภาษาภาพที่เราอยากจะสื่อ

Key Visual ก็คือภาพสำคัญที่เราต้องการและมีปลายทางร่วมกัน ก่อนที่จะคิดไปไกล เราต้องมาคุยกันคร่าว ๆ ให้ชัดเจนว่าปลายทางของเราจะประมาณไหน ไม่ให้นอกลู่นอกทางแบบอยู่ ๆ ทดลองแล้วหลุดทะเลไปไกล แถมจะได้ไม่ตีกันตอนหลัง (งานนี้สันติมาก ขอบคุณ ’ตุล’ ผู้ใจเย็นดั่งสายนํ้าไหล) KV Direction นี้นำมาใช้ในการช่วยตัดสินใจในโลกที่มีความเป็นไปได้มากมาย

จากนั้น ทีมกราฟิก ประกอบด้วยทรายและตุล ก็แยกกันไปเสาะหา reference และตกผลึกทางความคิด ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะสื่อความเป็นแล็บวิทยาศาสตร์ สรุปมาเป็น 4-5 วิธีที่แลดูมีความเป็นไปได้ แล้วมาแลกกันดู

ถ้าโลกนี้มีเวลาไม่จำกัด เราก็อยากจะลองทุกทางที่เราคิดมา แล้วก็ออกไปสำรวจโลกจริงเลย เราไปศึกษาภัณฑ์และร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ เพื่อดูความเป็นไปได้ของวิธีต่าง ๆที่จะทำ พบว่าเครื่องแก้วทดลองมันแพงมาก ๆ ชิ้นละ 400-2,000 น่าจะเกินงบ (Function follows finance นาจา)

สุดท้ายเราก็เลือกธีม Dark Lab เพราะเข้ากับธีมของวงไลน์อัพที่ลึกลับน่าค้นหามากที่สุด แล้วตัดสินใจใช้ execution ตัวอักษรวงทำมาจากเยลลี่ใส ๆ เหมือนสารกึ่งนิ่มกึ่งแข็ง บนแผ่นแก้วใส ที่น่าจะนำเสนอความเป็นแล็บได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์แล็บ (ที่แพงมาก) หลายชิ้นเกินไป ประกอบกับถุงมือทดลอง และสีไฟสลัว ๆ น่าจะได้ภาพห้องแล็บที่มีความลึกลับอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ได้ดี

Key Elements

Alphabet Mold

การหาพิมพ์อักษรไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ส่วนมากจะเป็นอักษรสำหรับเบเกอรี่ ใช้ทำช็อกโกแลต หรือคุกกี้แบบกลมมน แบ๊ว ๆ ใส ๆ สไตล์เบเกอรี่สาวหวานแม่บ้านคาวาอี้ ซึ่งถ้ามาใช้กับความเป็นแล็บมืดของเราแล้ว สารและความรู้สึกดาร์กที่จะสื่อน่าจะพังทลาย สุดท้ายเราไปพึ่งร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ (ที่อยู่แสนไกล) ที่มีพิมพ์อักษรให้เลือกหลายแบบ เป็นวัสดุซิลิโคนยืดหยุ่น ซื้อมาสามขนาดเพื่อลองสามแบบ

ท้ายสุดพวกเราเลือกพิมพ์ชุดตัวอักษรที่ใหญ่สุดเป็นแบบ condesne bold เพื่อประหยัดเนื้อที่แนวขวาง เรียงตัวเป็นคำได้สวย มีโอกาสรอดมากที่สุด พังยาก โครงสร้างตัวอักษรไม่บอบบางเกินไป ต้องแข็งแรงต่อการแกะออกจากพิมพ์ มีความ Bold และอ่านง่าย เพราะเดี๋ยวมันจะต้องโปร่งใส

Available Alphabet Mold from Bakery Supply Store

Gelatin Alphabet

การหาพิมพ์อักษรเจอนี่ดูเหมือนจะรอดแล้ว แต่จริง ๆ เรายังต้องทดลองต่อว่าการสร้างอักษรใส ๆ ดึ๋ง ๆ นั้นควรเลือกวัตถุดิบอะไรถึงจะเหมาะที่สุด

รูปแบบตัวอักษรที่เราอยากได้ต้องโปร่งใส แสงลอดผ่านได้ ยืดหยุ่น ไม่ละลาย เก็บไว้ได้หลายวันในตู้เย็น ต้องไปเสิร์ชนั่งดูวีดีโอการทำวุ้นและเยลลี่ พบว่าสามารถทำได้หลายวิธีทั้งจากผงวุ้นที่มาจากเจลาตินกระดูกสัตว์ หรือผงวุ้นแบบ agar ที่ทำวุ้นมะพร้าว วุ้นกะทิเป็ด ซึ่งสัมผัสก็จะต่างกัน ความหนืด การความแข็งตัวก็ต่างกันด้วย

เราต้องทดลองละลายผงกับนํ้าร้อน หาสัดส่วนที่เหมาะสม หากสาระละลายจางไปเยลลี่ก็จะแข็งตัวช้าหรือไม่แข็งตัวเลย แต่ได้ตัวอักษรที่ใส แกะออกจากพิมพ์แล้วพังไปก็มาก เละไปก็เยอะ จนได้สูตรว่าใช้นํ้าร้อน 100 กรัม ต่อผงเจลาติน 3 ช้อน จะได้ไวที่สุด ไม่ข้นเกินจะคน แข็งได้ในเวลาไม่เกิน 1-2 ชม. (รู้สึกถึงจิตวิญญาณความเป็นนักทดลองตัวจิ๋ว และแม่บ้านช่างสังเกตไปพร้อม ๆ กัน) ด้วยความรีบของโปรเจกต์ เราต้องยอมให้เยลลี่เจือสีเหลืองด้วยเจลาตินเข้มข้นชนิดที่แดกไม่ได้ มีกลิ่นเหม็นอับแปลก ๆ (มันทำมาจากระดูกสัตว์เลยคาวมาก ๆ) แล้วไปลดสีด้วยการจัดแสงและการรีทัชเอาภายหลัง

Process of making the Jelly Transparent / How much is too much gelatin?
Testing on transparent surface

Light and Set Experiment

เมื่อได้อักษรเยลลี่ใสที่น่ารักแล้ว เราก็ต้องคิดต่อไปว่าจะทำยังไงให้อยู่ด้วยกันรอดด้วย เพราะสำหรับงานออกแบบที่ดี Good work is more than a sum of its parts เราก็กลับไปดู reference และอุปกรณ์ไฟที่เรามี เราก็ทดลองแสงแบบต่าง ๆ

‘น้องตั๊ง’ น้องฝึกงานเสนอไอเดียว่าลองส่องไฟให้แสงลอดผ่าน จริง ๆ มันเท่มากและดูลํ้า experiental มาก แต่มันอ่านยาก โดยเฉพาะเมื่อมีชื่อเจ็ดวงเรียงกัน แล้วจะมีเงาด้วย ทำให้ฟังก์ชันไม่ตอบสนอง ก็ต้องยอมถอดใจ เราลองส่องไฟแบบต่าง ๆ ลองวางในแนวตั้ง ลองวางสองแกน วางบนจอทีวี ปรากฏว่าอ่านยากเกินไป ลองส่อง Black Light แล้วเจลาตินกลายเป็นทึบขุ่นไปเลย ฯลฯ  

จากการลองมาหลายวิธีก็พบว่าไฟที่มีอยู่ไม่เหมาะ เลยไปซื้อไฟ LED หลอดและ LED เส้นสีขาวมาเพิ่มความสว่าง เรามีตัวอย่างมาให้ดูกันเล่น ๆ เผื่อใครจะเอาไปต่อยอดก็ไม่หวง แต่เอามาอวดด้วยว่าพอเอาไปทำต่อแล้วดีกว่าที่เราทำ

Light Testing

Production

เราทดลองจนถึงวันสุดท้ายเท่าที่มีโอกาส สรุปว่าเราจะถ่ายบนกล่องใสที่ใส่ไฟ LED สีขาว และขับแสงด้วยหลอด LED สีนํ้าเงินให้ดูสังเคราะห์ลึกลับ ไม่เรืองแสงเกาะพงัน และต้องไม่ EDM จนเกินไป​ (ขอโทษอีกทีนะตี๋ EDM) เราเพิ่มเติม Prop และถุงมือทดลองสีขาวแนบเนื้อ และเพิ่มสารละลายเยลลี่เหลว ๆ ประกอบไปใน Layout เยลลี่ให้รู้สึกว่ากำลังมีการทดลองเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่การจัดวางที่แข็งนิ่งเกินไป มือนางแบบได้ ’เค้ก’ เจ้าหน้าที่ด้านการตลาด และ ’ตุล’ มาร่วมฉาก โดยขอให้ ’หนึ่ง’ ช่างภาพและวีดีโอของบริษัทกับ ‘จอม’ น้องฝึกงานมาช่วยถ่ายให้ เมื่อได้ภาพออกมาเป็นที่พอใจ บางอย่างก็ยังอ่านยาก มีความไม่สมบูรณ์ของฉากที่เราใช้ และเนื่องจากสื่อหลักที่เราจะใช้โปรโมทคือ Facebook Page และ Event Page เลยทำให้ต้องมีแนวนอนและแนวตั้ง และสามารถ Crop เป็นจตุรัสได้ด้วย

ด้วยความไม่สมบูรณ์ของฉากและไฟที่ควบคุมยาก และอักษรเจือสีเหลือง เมื่อถ่ายเสร็จ เราจึงขอให้พี่เป็ด (นภรณ กาญจนสมวงศ์) เทพรีทัช อดีตกราฟฟิกดีไซเนอร์ฝึกงานอาวุโสมาช่วยเรารีทัชให้ภาพเป็นดังที่เราจินตนาการไว้ จากนั้นตุลก็เป็นคนจัด Final Layout ออกมาเป็นโปสเตอร์อย่างที่เราเห็นกันนี่แหละ 🙂

Budget Summary

  • ราคาอุปกรณ์เยลลี่ ผงเยลลี่และแม่พิมพ์ที่ซื้อมาลอง 1,200 บาท
  • กล่องใสอะคริลิกสั่งทำ 1,100 บาท
  • อุปกรณ์แล็บ+ถุงมือยาง 1,000 บาท
  • ราคาไฟ LED 800 บาท (ใช้กับงานคอนเสิร์ตฟังใจมันต่อได้ด้วย)
  • เวลา 2 สัปดาห์ (ไม่ได้ทำทุกวันและทั้งวัน เพราะมีช่วงที่ต้องรอเยลลี่แข็งตัวด้วย)

——-

Final Visual Before Making Poster

Retrospective

นักออกแบบทุกคนต่างมีวิธีคิดและการทำงานที่แตกต่างกัน ฟังใจเราทำวิธีนี้ที่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แค่อยากแชร์ประสบการณ์ของอาชีพเราให้น้อง ๆ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน งานคราวนี้เป็นการทดลองทั้งทางภาพและกระบวนการเบื้องหลังจริง ๆ นั่งคำนวณสารละลาย และจับเวลา มีตัวแปรต้นตัวแปรตามกันวุ่นวาย สนุกและเนิร์ดมาก

‘เห็ดสด’ เราตั้งใจทำทุกขั้นตอน แม้บางคนจะบอกว่าโปสเตอร์แม่งไม่สำคัญหรอก แค่ไลน์อัพเทพก็รอดแล้ว แต่เราเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไร จะมีคนเห็นและรู้สึกได้ว่าเราใส่ใจและแคร์เขาทุกขั้นตอน คอนเสิร์ตไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันงาน แต่คือประสบการณ์ก้อนรวม ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านไปซื้อ จนกระทั่งได้ไปงาน กลับบ้านไปตื่นเช้ามาก็ยังเปิดฟังเพลงต่อเพราะอารมณ์ค้าง

เราตั้งใจตั้งแต่เลือกวง เลือกภาษาและภาพที่จะใช้ให้เหมาะสม ขี้เล่นแต่ก็จริงจัง แล้วมาพบกันที่เห็ดสด 4 เพื่อเฉลิมฉลองห้องทดลองทางดนตรี เพื่อให้เสียงเพลงที่แตกต่างหลากหลายมีคนสนับสนุนและอยู่รอด

หวังว่าทุกคนที่อ่านจะได้ประโยชน์จากการทดลอง ที่มีทั้งความผิดพลาดและการเรียนรู้สิ่งใหม่ของเราไม่มากก็น้อย อย่างน้อยใครก็ตามที่ได้รับมอบหมายให้ทำโปสเตอร์เห็ดสด 5 คงต้องมาอ่านเพื่อระลึกชาติว่าเราทำอะไรลงไป

  • Design & Art Direction: ‘ทราย’ พิชญา โชนะโต และ ‘ตุล’ ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต
  • Photograph: ‘หนึ่ง’ หนึ่งบุรุษ บุตรชัยงาน
  • Retouch: ‘เป็ด’ นภรณ กาญจนสมวงษ์
  • Hand Model: ‘เค้ก’ สุธาวี ถนอมบูรณ์เจริญ