All posts filed under: Review

The Story of More “เราจะอยู่อย่างไรในโลกที่มีจำกัด”

Review

The Story of More: How We Got to Climate Change and Where to Go from Here เขียนโดย Hope Jahren “เราจะอยู่อย่างไรในโลกที่มีจำกัด” 🌎 Hope Jahren เป็นนักวิทยาศาสตร์สาขา Geobiologist (ธรณีชีววิทยา) ผู้เติบโตมากับไร่ในรัฐ  Minnesota เธอเล่าความภูมิใจและความเป็นมาของครอบครัวเกษตรกร พืชผลที่ครอบครัวเธอปลูก เธอค่อยๆ พาผู้อ่านสำรวจระบบทั้งหลายในสายพานของ supply ไปสู่ demand จากผลผลิตจากไร่จำนวนมากถูกนำไปเลี้ยงปศุสัตว์ อาหารส่วนที่เสียสิ้นไปโดยไม่เกิดประโยชน์จากการบริโภคมากเกินไป ในขณะที่ประชากรจำนวนกำลังเผชิญภัยพิบัติขาดน้ำและอาหาร และถูกคุกคามจากภาวะ climate change รุนแรงโดยไม่มีทางหนีทีไล่ต้องจำยอมด้วยความเหลื่อมล้ำ หนังสือเล่มนี้ๆ ค่อยๆ คลี่ปัญหาเกี่ยวกับ climate change โดยแสดงให้เห็นสายใยที่เชื่อมเราไว้กับระบบนิเวศอย่างหลีกพ้นไปไม่ได้ เครื่องจักรแห่งทุนนิยมที่หมุนไวขึ้น บริโภคมากขึ้น ทิ้งมากขึ้น ในโลกที่ทุกอย่างต้องเพิ่มขึ้นราวกับโลกนี้มีไม่จำกัด และประชากรกำลังจะมีมากจนล้นโลก และคนและสิ่งมีชีวิตจำนวนมากกำลังจะได้รับผลกระทบโดยได้แต่เพียงจำนน Jahren พาเราไปสำรวจจุดที่เชื่อมเรากับระบบทั้งมวล เชื่อมอดีตกับปัจจุบันและอนาคตที่กำลังสั่นคลอน การใช้ไฟฟ้า น้ำมัน การบริโภค ทุกสิ่งไม่ได้อุบัติมาให้เราแสวงหาประโยชน์ สร้างมูลค่า โดยต้องแสวงหาประโยชน์จากพื้นที่ ป่า น้ำ ดิน หรือเศษซากบรรพบุรุษที่กลายเป็นเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล อาหารและเชื้อเพลิงจำนวนมากสูญสลายโดยไม่เกิดประโยชน์กับใคร ความอดอยากไม่ได้เกิดจากความไร้สามารถจะผลิตอาหาร แต่คือความไร้สมรรถภาพในการกระจายและแบ่งปันสิ่งที่เราผลิตได้ ความสำเร็จของมนุษยชาติในด้านสุขภาพ อายุขัยที่เพิ่มต่อเนื่องทั้งโลก และความสามารถในการปลูกพืชและปรับปรุงพันธุ์พืชที่ทำให้ไร่มีประสิทธิภาพกว่าแต่ก่อน มีคนเพียง 1/6 ของโลกใช้พลังงานครึ่งนึงของที่ทั้งโลกผลิตได้ […]

How To Speak Machine – John Maeda

Review

How to Speak Machine – John Maeda หนังสือว่าด้วยการชวนให้นักออกแบบและคนทั่วไปนอกวงการเทคเข้าใจเห็นภาพการคิดแบบ Computational Thinking เข้าใจการทำงานของเทคโนโลยีว่าคอมพิวเตอร์มันคิดอย่างไร  พาไปย้อนประวัติศาสตร์ของ Computer อันนำมาสู่ computation thinking เพื่อให้เห็นศักยภาพและความเป็นไปได้ของคอมพิวเตอร์ กระทั่งการคิดแบบ exponential thinking ก็อาจจะเป็นอุปสรรคและไม่เป็นธรรมชาติกับการรับรู้และการคิดของมนุษย์เราจึงประเมินสถานการณ์ผิดพลาด Maeda ได้สรุปประเภทการออกแบบเป็น 3 ชนิด สรุป คนที่พอเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว หากคุ้นเคยการทำงานโปรแกรมมิ่งพอสมควร เข้าใจการทำงานของอัลกอริทึ่ม และการทำงานอัตโนมัติ สามารถข้ามไปได้เลย เพราะอาจรู้อยู่แล้ว เล่มนี้อาจจะนำเสนอแนวคิดที่ obvious เกินไป ยกเว้นกำลังหาวิธีอธิบายให้กับคนที่ไม่เข้าใจอยู่ ใช้คำและ narrative ที่เรียบง่ายอธิายของที่ยาก ซับซ้อน จับต้องไม่ได้ อย่างการทำงานของระบบปัญญาประดิษญ์ สำหรับเราอ่านแล้วก็เพลินดีเหมือนได้ทวนสิ่งที่พอรู้แล้วใหม่ โดยรวมก็เพลินดี คนที่อยากเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ นึกไม่ออกและสงสัย ฉงนใจ และหวาดหวั่นเกรงจะถูก Disrupt ก็จะเหมาะกับหนังสือเล่มนี้

A tale for the time being เราคือสิ่งมีชีวิตแห่งเวลา เราคือเวลา : )

Review

A tale for the time being – Ruth Ozeki _ เราแค่อยากหาวรรณกรรมสักเล่มที่พูดเรื่องโลกร้อน จนมาพบเล่มนี้ที่มีหลายประเด็นร่วมสมัยมาก อ่านแล้วรู้สึกใจเย็นลง จนมาพบหนังสือเล่มนี้ ในบทเริ่มต้นของหนังสือนวนิยาย A Tale for The Time Being ของ Ruth Ozeki ตัวละครเด็กสาวชื่อ Nao ได้แนะนำตัวไว้ในสมุดบันทึกที่ลอยข้ามมหาสมุทรมาถึงผู้อ่านอีกคนว่า “ฉันชื่อนาโอะ ฉันคือสิ่งมีชีวิตแห่งเวลา (Time Being)” เธอขยายความว่าสิ่งมีชีวิตแห่งเวลาคือใครก็ได้ที่อาศัยอยู่ในเวลา และนั่นหมายถึงคุณ ฉัน และเราทุกคนที่มีอยู่ เคยมีอยู่ หรือกำลังจะเกิดขึ้น หนังสือนวนิยายเล่มนี้เล่าผ่านชีวิตผู้หญิงสองคนละฝั่งฟากมหาสมุทร คนนึงเป็นเด็กสาวว้าวุ่น ชีวิตที่ผกผันโยกย้ายจากอเมริกากลับญี่ปุ่นเพราะ dotcom bubble แตกในช่วงปี90s เธอที่เติบโตมาต่างวัฒนธรรมกลายเป็นคนนอกของสังคม เธอเขียนไดอะรี่ซ่อนไว้โดยปะเอาปกของวรรณกรรมคลาสสิก In Search of Lost Time ของ Marcel Proust อีกคนคือผู้หญิงวัยกลางคนผู้มีชีวิตสงบนิ่งจนแทบจะน่าเบื่ออยู่ในเกาะแห่งหนึ่งในแคนาดา ผู้หญิงพบสมุดบันทึกของเด็กสาว ความต่างของวัฒนธรรม เสิร์ชกูเกิ้ลไปพร้อมกับอ่านไดอะรี่เล่มเด็กสาวคนหนึ่ง เรื่องราวค่อยๆ ดิ่งลงเหว และเศร้าขึ้นเรื่อยๆ ขอจดสรุปว่าระหว่างอ่านเรารู้สึกอะไร มีประเด็นมากมาย เรามองว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านเราไป จริงๆ เราต่างหากที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผูกไว้กับเวลาในทุกขณะ เราคือ time being เราหนีจากเวลาไม่ได้ หากเราไม่เชื่อในสงคราม เราควรจะฆ่าศัตรูที่เราไม่ได้เกลียดไหม หากงานที่เราทำ นำไปสู่การทำลายล้าง เช่น UI ที่ทำให้การสังหารง่ายขึ้น […]

Because Internet ว่าด้วยภาษาในเน็ต เราต่างเรียนรู้ที่จะพิมพ์เพื่อเชื่อมต่อถึงกัน 🌎

Review

Because Internet – Gretchen McCulloch ว่าด้วยภาษาศาสตร์บนโลกอินเตอร์เน็ตภาษานั้นเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่อินเตอร์เน็ตช่วยบันทึกข้อมูลและเป็นพยานหลักฐานให้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับการสื่อสารแบบ casual แบบภาษาพูดการย้ายกลุ่ม ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนที่ทำงาน ย้ายทำให้เราเปลี่ยนวัฒนธรรมและคำที่เราใช้ ทำงานคนละอาชีพก็มีคำถนัดใช้ต่างกัน ภาษาไม่ใช่กฎตายตัวแต่คือ network ที่เชื่อมเราไว้ อินเตอร์เน็ตทำให้เรา expose ภาษาของคนแปลกหน้า คำใหม่ๆ เลยเกิดดับและกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเราอยู่กับคนกลุ่มเดิมที่เขาใช้คำเหมือนๆ เรา เราก็จะไม่ได้ใช้คำใหม่ๆ หนังสือไล่วิธีการสื่อสารบนเน็ตของเรา ตั้งแต่การพยายาม express อารมณ์เพื่อสื่อสารผ่านคีย์บอร์ดที่จำกัด เ ช่ น ก า ร เ ค า ะ แ บ บ นี้ เ พื่ อ ใ ห้ น่ า ส น ใ จ การใส่สัญลักษณ์ฟรุ้งฟริ้ง (っ◔◡◔)っ ♥ angel ♥ ภาษาคำทักทายที่คุยในเมล คำว่า LOL จากยุคขำจริงสู่ประชดกลายเป็น LOLOLOLOL หรือการพิมพ์ตัวติดๆกัน การเติมพยัญชนะ เช่น yessss , okayyyyyy yaayyyy เพื่อ soften ประโยคให้เบาลงไม่ห้วนเกินไป casual มนุษย์ก็หาวิธีพิมพ์ไปเรื่อยๆ […]

River of Consciousness, 2017 Oliver Sacks

References / Review

รวมเรียงความของ Oliver Sacks ตีพิมพ์หลังจากเขาเสียชีวิต หลายคนมองวิทยาศาสตร์ในแง่มุมว่าไร้หัวใจ แต่เราไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย ประวัติศาสตร์หรือกระบวนการวิทยาศาสตร์ หรือกระทั่งจุดมุ่งหมายของวิทยาศาสตร์นั้นเป็นไปด้วยความสนใจในโลก และเข้าใจข้อจำกัดของเรา Oliver Sacks คือผู้เขียนคนสำคัญในชีวิต เขาทำให้เรามองหลายสิ่งเปลี่ยนไป ชุบชีวิตความสนใจในธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ เข้าใจระบบ การอ่านหินและมองพืช ไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อ แค่เป็นดินแดนที่เรายังไม่มีความรู้ ยังมีอะไรอีกมากในความทรงจำของโลก และเวลาในชีวิตนั้นน้อยเกินไปกว่าจะรู้และเข้าใจได้อย่างที่เราปรารถนา Darwin and The Meaning of Flowers เล่าถึง ชาร์ลส์ ดาร์วินในฐานะผู้หลงใหลต้นไม้ พืชดอกที่ส่งผลต่อวิวัฒนาการของแมลงเต่าทอง ชอบประโยคที่ว่า “Darwin always had a special tender feeling for plants” ความสนใจในพืชพรรณเป็นรากสำคัญของแนวคิดทฤษฎีวิวัฒนาการ  ดาร์วินเชื่อว่าการสังเกตที่ดีเกิดจากการชอบตั้งทฤษฎี ความงามของต้นไม่ไม่ใช่แค่ในแง่ความสวยงาม แต่ในเชิงการใช้สอย การอยู่รอด การปรับตัวที่ทำงานอย่างแข็งขัน กล้วยไม้ไม่ใช่เพียงสิ่งประดับตกแต่ง แต่คือจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของธรรมชาติ ไม่มีอะไรในโลกธรรมชาติเป็นเหตุเป็นผล ยกเว้นว่ามีแสงแห่งวิวัฒนาการส่องสำรวจ จัดระเบียบ เรียบเรียง และแสวงหาความหมายในโลกที่กระจัดกระจาย ชีวิตบนโลกนั้นสืบย้อนไปยาวนานหลายพันล้านปี เราได้ฝังประวัติศาสตร์ของสิ่งเหล่านี้ไว้ในกายของเรา พฤติกรรม พันธุกรรม สัญชาตญาณ ไม่เคยหยุด ไม่เคยซ้ำ และไม่เคยกลับหลัง เมื่อสิ่งใดสูญพันธุ์ สายแห่งพันธุกรรมสาขานั้นก็ตัดฉับลงไปเพียงเท่านั้น ธรรมชาติไม่มีแผน ไม่สร้างผัง ไม่มีทิศทาง ไม่มีจุดมุ่งหมาย ทั้งหมดไม่ไร้ความหมายภายใต้แสงไฟวิวัฒนาการที่ส่องมองดู make sense under a light of evolution 🙂 […]